ดอกไม้ในวรรณคดี
วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556
วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556
วรรณคดี : กาพย์ห่อโคลง "นิราศธารทองแดง"
ผู้ประพันธ์ : เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง)
ชื่อพฤกษศาสตร์ : Canna indica
ชื่อสามัญ : Canna, Indian Shoot, Bulsarana
ชื่อวงศ์ : Cannaceae
ชื่ออื่น ๆ : พุทธศร บัวละวงศ์
พุทธรักษาเป็นไม้ขึ้นง่าย ใช้เป็นไม้ประดับตามริมรั้ว ขอบสระและปลูกลงแปลง ชอบแดดจัด ถ้าปลูกในที่รำไรจะไม่ออกดอก ขึ้นได้ในดินทุกชนิด แม้ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ แต่ต้องมีความชื้นในดินสูง เป็นพันธุ์ไม้ที่ออกดอกตลอดปี เมื่อออกดอกติดผล และผลแก่แล้วจะตายไป พุทธรักษามีขนาดลำต้นสูงประมาณ ๕๐ - ๒๐๐ เซนติเมตร ใบเป็นแผ่นคล้ายใบพาย สีเขียวสดรูปหอก เส้นใบเรียงกันเป็นเส้นบรรทัดอย่างใบกล้วย ขนาดยาวประมาณ ๓๐ - ๔๐ เซนติเมตร ก้านใบเป็นกาบหุ้มลำต้น ดอกพุทธรักษาออกเป็นช่อตรงยอดของลำต้น ช่อมีขนาดยาว ๑๕ - ๒๕ เซนติเมตร เมื่อออกดอกแล้ว จะติดผลสีเขียวมีหนามตื้น ๆ เป็นพู ผลแก่มีสีดำภายในมีเมล็ดลักษณะกลมขนาดเท่าเมล็ดถั่วลันเตา การขยายพันธุ์ ใช้วิธีเพาะเมล็ด หรือแยกหน่อปลูก
ดาวเรือง (Tagetes erecta Linn.)
ดาวเรือง ดอกไม้สีเหลืองสดใสที่ปลูกประดับตามบ้านตามสวนทั่วไปนั้น เป็นไม้ล้มลุกฤดูเดียว ในวงศ์เดียวกับทานตะวันและบานชื่นปลูกง่าย ให้ดอกเร็ว มีหลายพันธุ์ทั้งขนาดดอกเล็กและดอกใหญ่ มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศเม็กซิโก มีบันทึกเป็นหลักฐานว่า ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้นำเข้ามาปลูกครั้งแรกในกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเจริญงอกงามได้ดีจนปลูกกันดาษดื่นในขณะนั้น ในวรรณคดีกาพย์ห่อโคลง นิราศธารทองแดง ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของ
เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงดาวเรืองไว้ดังนี้
ชาตบุษป์พุทธชาตซาบ
กุหลาบกนาบทั้งสองทาง
เบงระมาดยี่สุ่นกาง
กลีบบานเพราเหล่าดาวเรือง
เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงดาวเรืองไว้ดังนี้
ชาตบุษป์พุทธชาตซาบ
กุหลาบกนาบทั้งสองทาง
เบงระมาดยี่สุ่นกาง
กลีบบานเพราเหล่าดาวเรือง
ต้นดาวเรืองสูง ๓๐ - ๖๐ ซม. แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มเล็กๆ ลำต้นอวบแข็ง ใบเป็นใบเดี่ยว ขอบหยักเว้าเป็นแฉกเล็กๆ ลึกบ้างตื้นบ้าง สีเขียวเข็มเช่นเดียวกับลำต้น ช่อดอกกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒ - ๗ ซม. สีเหลือง เหลืองอมเขียว บางชนิดมีสีน้ำตาลแกมม่วงแซม บางพันธุ์มีทั้งดอกย่อยวงนอกและดอกย่อยวงในบางพันธุ์นี้จะไม่ติดเมล็ด พันธุ์ที่มีดอกย่อยทั้งสองวงจะติดเมล็ดง่าย เมล็ดแบน สีดำ เพาะขึ้นง่ายการขยายพันธุ์จึงนิยมใช้วิธีเพาะเมล็ด
ดาวเรืองชอบที่แจ้ง ดินระบายน้ำดี นิยมปลูกเป็นแปลงประดับสวนและปลูกเป็นไม้กระถางนอกจากนั้น ในปัจจุบันเกษตรกรยังปลูกเป็นไม้ตัดดอกที่ทำรายได้ดีอีกชนิดหนึ่ง สีของดอกดาวเรืองเกิดจากรงควัตถุพวกแคโรทีนอยด์ ซึ่งใช้ทำสียอมผ้า และผสมอาหารไก่เพื่อให้ได้ไข่ไก่ที่มีสีแดง และผิวหนังไก่มีสีเข้มน่ารับประทานยิ่งขึ้น
ดาวเรืองมีสรรพคุณใช้เป็นสมุนไพร ใบใช้ทาแผลเน่าเปื่อยและฝี ใช้ดอกผสมกับข่าและสะค้าน สำหรับรับประทานแก้ปวดท้อง ต้นใช้เป็นยาขับลม และแก้ปวดท้อง
ดาวเรืองชอบที่แจ้ง ดินระบายน้ำดี นิยมปลูกเป็นแปลงประดับสวนและปลูกเป็นไม้กระถางนอกจากนั้น ในปัจจุบันเกษตรกรยังปลูกเป็นไม้ตัดดอกที่ทำรายได้ดีอีกชนิดหนึ่ง สีของดอกดาวเรืองเกิดจากรงควัตถุพวกแคโรทีนอยด์ ซึ่งใช้ทำสียอมผ้า และผสมอาหารไก่เพื่อให้ได้ไข่ไก่ที่มีสีแดง และผิวหนังไก่มีสีเข้มน่ารับประทานยิ่งขึ้น
ดาวเรืองมีสรรพคุณใช้เป็นสมุนไพร ใบใช้ทาแผลเน่าเปื่อยและฝี ใช้ดอกผสมกับข่าและสะค้าน สำหรับรับประทานแก้ปวดท้อง ต้นใช้เป็นยาขับลม และแก้ปวดท้อง
ดอกพุดตาน
สายหยุดพุทธชาดนางแย้ม สุกรมแกมพะยอมหอมหวาน
การะเกดกรรณิการ์ ชบาบาน พุดตานชงโคโยทะกา
อุณรุท : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ร.1
พุดตานเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 5 เมตร ต้นและกิ่งมีขนสีเทา ใบ เดี่ยว ออกสลับ รูปไข่โคนรูปหัวใจ ปลายแหลม ขอบใบเว้าลึก มี 3- 5 แฉก ใบมีขนสาก ดอก ซ้อนใหญ่งามมาก แรกบานมีสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูและแดง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีริ้วประดับ 7- 10 อัน ผล กลม เมื่อแก่แตกเป็น 5 แฉก เมล็ด รูปไต มีขน ออกดอกตลอดปี
การขยายพันธุ์ ตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง ประโยชน์ ใบและดอกตำผสมน้ำผึ้งทาบริเวณฝี แก้ผึ้งต่อย ลดการอักเสบ ใบแห้งบดรักษาแผลไฟไหม้ ถิ่นกำเนิด จีน นำเข้าสมัยรัชกาลที่ 2, 3 ชอบดินร่วน
เพิ่มเติมค่ะ
ดอกพุดตานเปลี่ยนสีตามเวลาค่ะ ตอนเช้า จะสีอ่อน กลางวันค่อยๆเข้มขึ้นค่ะ
เป็นพืชที่เปลี่ยนสีดอกให้เข้มขึ้น เมื่อได้รับแสงแดดเพิ่มขึ้น
สาเหตุ.....ที่กลีบดอกพุดตาน สามารถเปลี่ยนสีจากขาว เป็นสีชมพู หรือแดงได้ ก็เนื่องมาจาก
การเปลี่ยนสีของ รงควัตถุ พวกหนึ่งที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่มีอยู่ภายในเซลล์ของ
กลีบดอก รงควัตถุนี้จะเปลี่ยนสี เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมความเป็นกรดด่าง ที่เปลี่ยนไปของเซลล์
อุณรุท : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ร.1
พุดตานเป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 5 เมตร ต้นและกิ่งมีขนสีเทา ใบ เดี่ยว ออกสลับ รูปไข่โคนรูปหัวใจ ปลายแหลม ขอบใบเว้าลึก มี 3- 5 แฉก ใบมีขนสาก ดอก ซ้อนใหญ่งามมาก แรกบานมีสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีชมพูและแดง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง มีริ้วประดับ 7- 10 อัน ผล กลม เมื่อแก่แตกเป็น 5 แฉก เมล็ด รูปไต มีขน ออกดอกตลอดปี
การขยายพันธุ์ ตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง ประโยชน์ ใบและดอกตำผสมน้ำผึ้งทาบริเวณฝี แก้ผึ้งต่อย ลดการอักเสบ ใบแห้งบดรักษาแผลไฟไหม้ ถิ่นกำเนิด จีน นำเข้าสมัยรัชกาลที่ 2, 3 ชอบดินร่วน
เพิ่มเติมค่ะ
ดอกพุดตานเปลี่ยนสีตามเวลาค่ะ ตอนเช้า จะสีอ่อน กลางวันค่อยๆเข้มขึ้นค่ะ
เป็นพืชที่เปลี่ยนสีดอกให้เข้มขึ้น เมื่อได้รับแสงแดดเพิ่มขึ้น
สาเหตุ.....ที่กลีบดอกพุดตาน สามารถเปลี่ยนสีจากขาว เป็นสีชมพู หรือแดงได้ ก็เนื่องมาจาก
การเปลี่ยนสีของ รงควัตถุ พวกหนึ่งที่ชื่อว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่มีอยู่ภายในเซลล์ของ
กลีบดอก รงควัตถุนี้จะเปลี่ยนสี เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมความเป็นกรดด่าง ที่เปลี่ยนไปของเซลล์
แก้ว (อังกฤษ: Orange Jessamine, Satin-wood, Cosmetic Bark Tree) เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ใบออกเป็นช่อเป็นแผงออกใบเรียงสลับกันช่อหนึ่งประกอบด้วยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม
ชื่อพื้นเมืองอื่น: กะมูนิง (มลายู ปัตตานี) แก้วขาว (กลาง) แก้วขี้ไก่ (ยะลา) แก้วพริก (เหนือ) แก้วลาย (สระบุรี) จ๊าพริก (ลำปาง) และ ตะไหลแก้ว (เหนือ)[1]
แก้วเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางลำต้นมีความสูงประมาณ5-10 เมตรเปลือกลำต้นสีขาวปนเทาลำต้นแตกเป็นสะเก็ดเป็นร่องตามยาวการแตกกิ่งก้านของทรงพุ่มไม่ค่อยเป็นระเบียบใบออกเป็นช่อเป็นแผงออกใบเรียงสลับกันช่อหนึ่งประกอบด้วยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบใบเป็นมันสีเขียวเข้มขยี้ดูจะมีกลิ่นฉุนแรงขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อยขนาดของใบกว้างประมาณ 2 - 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ3-6 เซนติเมตรออกดอกเป็นช่อใหญ่ช่อสั้นออกตามปลายกิ่งหรือยอดช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 5 - 10 ดอก แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร ผลรูปไข่ รีปลายทู่ มีสีส้ม ภายในมีเมล็ด 1 - 2 เมล็ด
|
ชื่อสามัญ Galaong, Snowy Orchid Tree
ชื่อวิทยาศาสตร์ Bauhinia acuminata Linn.
วงศ์ LEGUMINOSAE
ชื่ออื่นๆ ส้มเสี้ยว, เสี้ยวน้อย
ประโยชน์ของกาหลง
ในด้านสมุนไพรรักษาโรค คนไทยใช้ส่วนต่างๆ ของกาหลงดังนี้
ใบ : รักษาแผลในจมูก ต้น : แก้โรคสตรี แก้ลักปิดลักเปิด แก้เสมหะ ราก : แก้ไอ แก้ปวดศีรษะ ขับเสมหะ แก้บิด ดอก : แก้ปวดศีรษะ ลดความ ดันเลือด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้เสมหะ แก้อาเจียนเป็นเลือดในด้านไม้ดอกไม้ประดับ กาหลงมีรูปร่างใบและทรงพุ่มงดงาม จัดแต่งทรงพุ่มได้ง่าย ออกดอกได้ยาวนาน และปลูกดูแลรักษาได้ง่าย จึงนิยมนำมาปลูกในบริเวณอาคารบ้านเรือน และที่สาธารณะปกติกาหลงผลัดใบใน ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-ธันวาคม) เริ่มแตกใบอ่อนในฤดูร้อน (เมษายน-พฤษภาคม) และเริ่มออกดอกช่วงฤดูฝนกาหลงปลูกง่าย ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่ต้องการปุ๋ยมาก เพราะเป็นพืชตระกูลถั่ว สามารถจับปุ๋ยจากอากาศได้เอง ชอบแดดจัดและขยายพันธุ์ได้ง่าย ทั้งการตอนและเพาะเมล็ด หากปลูกจากเมล็ดใช้ เวลาราว 2-4 ปี ก็จะออกดอกติดฝักได้แล้ว |
|
|
ชมดวงพวงนางแย้ม บานแสล้มแย้มเกสร
คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ยิ้มพริ้มพรายงาม
กาพย์เห่เรือ : พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์
นางแย้มเป็นพันธุ์ไม้พุ่มขนาดย่อม สูงอย่างโตเต็มที่ประมาณ 1 - 1.5 เมตร ใบโตสีเขียวแก่ มีดอกออกเป็นช่อตามปลายๆกิ่ง ช่อใหญ่ ดอกในช่อแต่ละดอกก็โตปานๆกันกับดอกมะลิซ้อน สีขาว มีกลีบหุ้มข้างนอกสีม่วงแดง มีกลิ่นหอมมาก ส่งกลิ่นเวลาเย็นๆ เรื่อยไปตลอดจนกระทั่งโรย การปลูกจะใช้กิ่งชำ หรือตอน หรือใช้เมล็ด ได้ทั้งนั้น แต่เมล็ดมักไม่ค่อยมี
นางแย้มชอบที่มีแสงแดดรำไรมากว่าแดดจัด ถ้าดินชุ่มชื้นดี จะออกดอกเป็นระยะๆตลอดทั้งปี ดอกในช่อดกและแน่น เรียงตัวลดหลั่นเป็นพุ่มเตี้ยๆ สวยงามประหนึ่งช่อดอกไม้ที่จัดไว้ ผิวใบสากระคายมือ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิว และเป็นผื่นคันได้สำหรับบางคนที่แพ้ นางแย้มเป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์เดียวกับผีเสื้อแสนสวย พนมสวรรค์ และสักถิ่นกำเนิดจากเขตกึ่งร้อนของเอเซีย ในประเทศจีน และญี่ปุ่น
พระจันทร์แจ่มกระจ่างแจ้ง ส่องแสงช่อดูไสว
นางแย้ม แย้มยิ้มอยู่ริมไพร เหมือนที่ไร่นางพิมเจ้ายิ้มแย้ม
ขุนช้างขุนแผน....สุนทรภู่
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


